9 วิธี การวางแผนการเงินธุรกิจ สำหรับ SME ที่ช่วยให้บริหารจัดการเงินได้แบบเทพ ๆ



การวางแผนการเงินธุรกิจ

การวางแผนการเงินธุรกิจ ถือว่าเป็นการจัดการด้านการเงินสำหรับธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างมากในการดำเนินธุรกิจ ถ้าบริษัทมีการวางแผนการเงินธุรกิจ และการเงินที่ดีก็เป็นเหมือนฐานรากที่แข็งแกร่งที่จะส่งให้ธุรกิจไปข้างหน้าได้อย่างก้าวกระโดด และเจริญรุ่งเรืองต่อไป

การบริหารการเงินสำหรับธุรกิจ คืออะไร

การจัดการเกี่ยวกับการได้มาและใช้ไปของเงินทุน เพื่อสร้างมูลค่าของกิจการให้อยู่ในระดับสูงสุด ในมิติทางการเงิน กิจกรรมต่าง ๆ ทางธุรกิจล้วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนทั้งสิ้น โดยอาจเป็นการได้มาหรือใช้ไปของเงินทุน เช่น การซื้อเครื่องจักรใหม่ การกู้เงินจากธนาคาร การเพิ่มทุน

การวางแผนการเงินธุรกิจ ช่วยธุรกิจ SME ได้อย่างไรบ้าง

หน้าที่สำคัญของการเงินในธุรกิจ ถือเป็นหนึ่งในสี่ของหน้าที่หลักที่สำคัญขององค์กรธุรกิจ อันได้แก่ การจัดการการผลิต การตลาด และการเงิน โดยการวางแผนการเงินธุรกิจจะมีบทบาทและมีความสำคัญในธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกิจการธนาคาร สถาบันการเงิน ภาคอุตสาหกรรม ภาคราชการ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ลักษณะการดำเนินธุรกิจที่ขยายกว้างขึ้นทั้งภายในประเทศ และ การค้าขายกับต่างประเทศ การสร้างความได้เปรียบในด้านต่าง ๆ ย่อมมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการตัดสินใจทางธุรกิจ  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการวางแผนการเงินธุรกิจให้ได้เป็นอย่างดี

วิธีการจัดการด้านการเงิน สำหรับธุรกิจ SME

1. ต้องตรวจสอบสถานะเงินสดอยู่เสมอ

ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้ว่าบัญชีบริษัทมีเงินสดจำนวนเท่าไร มีกำลังเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินธุรกิจหรือไม่ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบสถานะการเงินทุกสัปดาห์ เพื่อเราจะได้ทราบถึงจำนวนรายรับรายจ่าย รวมถึงเงินที่ยังคงค้างชำระเงินจากลูกหนี้หรือคู่ค้า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เรานำมาวิเคราะห์สถานการณ์และวางแผนการบริหารจัดการเงินสดเพื่อนำไปใช้จ่ายต่อไปได้

2. ทำการประเมินความเสี่ยงธุรกิจและเตรียมวิธีการรับมือ

ความเสี่ยง เป็นสิ่งที่เราจะต้องเผชิญ คุณจะต้องวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

– เมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากเข้าโดยไม่ทราบล่วงหน้า

– เมื่อลูกค้าหนีหายไปในขณะที่ยังมียอดหนี้ค้างชำระ

– เมื่อลูกค้ามีปัญหาและยกเลิกการสั่งซื้อกระทันหัน

ผู้ประกอบการจะต้องมีมาตรการรับมือและจัดการอย่างไรเพื่อให้กระทบกับการดำเนินธุรกิจน้อยและกระแสเงินสดน้อยที่สุด

3. การบริหารจัดการลูกหนี้และเจ้าหนี้

การบริหารจัดการลูกหนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องมีวิธีจัดการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ให้ได้เร็วที่สุดยิ่งดีต่อธุรกิจ สำหรับลูกหนี้ควรจะมีนโยบายในการให้เครดิตคู่ค้า เพื่อชำระเงินโดยเร็วที่สุดโดยตั้งเป็น 30 หรือ 60 วัน และ เร่งรัดหรือหาแรงจูงใจเพื่อให้ลูกหนี้ชำระเงินให้เร็วขึ้น มีการติดตามทวงหนี้อย่างสม่ำเสมอ และสำหรับเจ้าหนี้ก็ควรชำระเงินให้ตรงตามกำหนด ไม่ผัดผ่อนหนี้ เพื่อสร้างเครดิตให้เป็นที่น่าเชื่อถือ

4. การบริหารสภาพคล่องกับทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้งาน

หากธุรกิจของคุณมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว หรือมีสินค้าคงค้างอยู่ในสต๊อกเป็นจำนวนมาก และเริ่มเก่าผุพังล้าหลังแล้ว การขายสิ่งเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินคือสิ่งที่ควรทำ รวมถึงสินค้าคงค้างใน  สต๊อก  ยิ่งเก็บนานวัน สินค้าก็ยิ่งเก่า ตกรุ่น และมูลค่าจะลดลงตามไปด้วย  ดังนั้นการจัดกิจกรรมลดราคาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำ ถึงแม้ว่าการขายนั้นจะได้มาในราคาต่ำกว่ามูลค่าของสิ่งของ แต่ก็ย่อมดีกว่าที่จะปล่อยไว้จนสุดท้ายอาจจะไม่ได้รับอะไรกลับคืนมา

5. สำรองเงินในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

เหตุการณ์ในอนาคตไม่มีใครคาดคิดมาก่อน อนาคตกิจการจะเป็นอย่างไร ลูกค้าจะยกเลิกการสั่งซื้อหรือไม่ การประท้วงจากคนงาน ไฟไหม้ น้ำท่วม ผู้ประกอบการควรเตรียมเงินสำรองเอาไว้เสมอ หากกระแสเงินสดเกิดติดลบคุณก็ยังมีเงินเอาไว้หมุนเวียนในธุรกิจ และเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ เพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ หากกระแสเงินสดไม่มีเพียงพอ อาจจะต้องหาแหล่งกู้ยืมจากแหล่งต่าง ๆ ต่อไป ซึ่งต้องคำนวณภาระดอกเบี้ยที่จะขึ้นในอนาคตด้วย

6. มีระบบการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระบบ

การมีข้อมูลคุณภาพที่ดีเริ่มจากการมีระบบการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ  สำหรับการจัดเก็บข้อมูลทางการเงินที่ดีคือ การมีระบบบัญชีที่ถูกต้อง มีระบบระเบียบในการจัดเก็บเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ อย่างมีมาตรฐาน จะช่วยให้ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องภาษีและการตรวจสอบย้อนหลัง ยังป้องกันการทุจริตได้ ช่วยให้การบริหารจัดการเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งองค์กร

 7. หัดอ่านงบให้เป็น

เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยงบการเงินที่ผู้ประกอบการควรรู้จัก ได้แก่ งบดุล งบกำไรขาดทุน งบกระแสเงินสด เพราะตัวเลขต่าง ๆ ในงบการเงินนั้นสามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและผลการดำเนินงานของธุรกิจได้ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรอ่านงบให้เป็น อย่างน้อยต้องดูกระแสเงินสดที่หมุนเวียนอยู่ในธุรกิจ รู้สภาพคล่อง หาอัตราส่วนกำไรต่อยอดขายให้เป็น

8. มีคนดูแลเฉพาะทาง

ผู้ประกอบการบางคนเข้าใจว่าเรื่องแค่นี้ดูแลเองก็ได้ แต่กลับกลายเป็นว่า เจ้าของต้องทำทุกอย่างเองทั้งหมด สุดท้ายก็จะไม่สามารถโฟกัสได้เลยสักเรื่อง โอกาสผิดพลาดก็มีสูง โดยเฉพาะเรื่องการเงินที่เป็นเหมือนหัวใจของธุรกิจ ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องการเงินโดยตรง ทำหน้าที่ติดตาม การวางแผน รวมถึงจัดทำบัญชีหรืองบการเงิน เพื่อความถูกต้องโปร่งใสตามขั้นตอนที่ถูกต้อง  เพราะนอกจากเรื่องการเงินแล้ว ยังมีรายละเอียดของงานและมีเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกมาก จึงต้องมีคนที่ทำหน้าที่นี้ดูแลโดยเฉพาะ ซึ่งถ้าหากโชคดีได้คนที่ดูแลเก่งมีความสามารถ มีความเข้าใจตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาษี จะยิ่งช่วยให้ธุรกิจวางแผนประหยัดภาษีได้มาก

9. นำข้อมูลมาวางแผนได้

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ผู้ประกอบการนำหน้าคู่แข่งก็คือ ต้องนำข้อมูลมาวางแผนมาใช้ประโยชน์ได้ สามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนธุรกิจได้ โดยเฉพาะการวางแผนสภาพคล่องให้ธุรกิจมีเงินหมุนเวียนเพียงพอ ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลอย่างเช่น ข้อมูลการขาย การจ่ายหนี้ การเก็บหนี้ การสต็อกสินค้า โดยนำมาวางแผนให้สัมพันธ์กับการบริหารสต็อกสินค้า  บริหารระยะเวลาการเก็บเงินจากลูกหนี้ให้ทันรอบการจ่ายหนี้ให้เจ้าหนี้ เป็นต้น

ฉะนั้นแล้ว การที่จะดำเนินงานธุรกิจ SME ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้นั้น การวางแผนการเงินธุรกิจ จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก มีมาตรฐานในการดำเนินงาน ในการบริหาร การจัดการที่เป็นขั้นตอน เป็นระบบระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ธุรกิจ SME ดำเนินการได้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง